Sunday, June 23, 2013
เรื่องใหญ่ของผู้ชาย กลายเป็นเรื่องเล็ก ด้วยการผ่าตัดรักษาด้วยหุ่นยนต์
เรื่องใหญ่ของผู้ชาย กลายเป็นเรื่องเล็ก ด้วยการผ่าตัดรักษาด้วยหุ่นยนต์
คนไทยป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 23%
และโรคนี้ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของคนไทย
หนำซ้ำโรคมะเร็งต่อมลูกหมากยังไต่ลำดับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ของโรคมะเร็งที่
พบบ่อยที่สุดมากขึ้นเรื่อยๆ
และแน่นอนว่าหนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุดของการรักษานั้นก็คือ การป้องกัน
ทำได้โดยการหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำเสียตั้งแต่เนิ่นๆ
ในปัจจุบันมีการตรวจพบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นมากขึ้น
จึงทำให้การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญมากตามไป
ด้วย การผ่าตัดนำมะเร็งต่อมลูกหมากออกทั้งหมด
เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง
จากการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศพบว่าอัตราการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วย
เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปีมีมากกว่า 90%
หากผลผ่าตัดออกมาว่าตัวเซลล์มะเร็งยังไม่กระจายออกนอกต่อมลูกหมาก
รู้จักมะเร็งต่อมลูกหมาก
สถานการณ์โรคมะเร็งต่อมลูกหมากในประเทศไทย
จากสถิติโรคมะเร็งของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2552 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 23% และมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประชากรไทย สำหรับในเพศชาย มะเร็งต่อมลูกหมากได้เลื่อนขึ้นจากอันดับ 9 มาเป็นอันดับ 4 ของมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน เกณฑ์ที่น่าตกใจมาก(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)
ต่อมลูกหมากคืออะไร
ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย อยู่บริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะต่อกับท่อปัสสาวะ หากมองด้านข้างจะเห็นกระเพาะปัสสาวะอยู่เหนือต่อมลูกหมาก และจะเห็นต่อมลูกหมากห่อหุ้มรอบท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น โดยท่อปัสสาวะเป็นทางเดินร่วมของทั้งน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิในเพศชาย ต่อมลูกหมากจึงเกี่ยวข้องกับทั้งระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ส่วนทางด้านหลังของต่อมลูกหมากเป็นลำไส้ตรงซึ่งเป็นลำไส้ใหญ่ส่วนสุดท้าย ก่อนถึงทวารหนักเนื่องจากต่อมลูกหมากอยู่ใกล้ชิดกับอวัยวะของระบบต่างๆ หลายระบบ โรคของต่อมลูกหมากจึงอาจก่อให้เกิดอาการหรือความผิดปกติของอวัยวะที่อยู่ ใกล้เคียงได้
หน้าที่ของต่อมลูกหมาก
ต่อมลูกหมาก เปรียบเสมือนโรงงานผลิตน้ำอสุจิ มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิที่เรียกว่า semenอาการมะเร็งต่อมลูกหมาก
- ในระยะแรกมะเร็งต่อมลูกหมากจะไม่มีอาการใดๆ บางครั้งพบว่ามีอาการซ้ำซ้อนกับโรคต่อมลูกหมากโต
- ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
- ปัสสาวะลำบากในตอนเริ่ม
- ปัสสาวะไม่พุ่ง
- เวลาปัสสาวะจะปวด
- ในกรณีที่มะเร็งต่อมลูกหมากลุกลามไปกระดูก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลัง ปวดตามข้อ
สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง
แม้จะยังไม่ทราบแน่นอนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่การวิจัยพบว่าปัจจัยเสี่ยงมาจาก- อายุ โดยมักพบในผู้ป่วยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉลี่ยมักพบในผู้ป่วยอายุ 70 ปี
- ประวัติครอบครัว ผู้ที่มีพ่อหรือพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
- เชื้อชาติ มักพบในประเทศทางตะวันตกมากกว่าเอเชีย
- อาหาร มักพบว่าผู้ที่บริโภคมันจากสัตว์มากมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าผู้ที่นิยมบริโภคผักและผลไม้
การวินิจฉัยโรค
เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกไม่มีอาการ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปควรไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดหาค่าสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากที่ เรียกว่า Prostate Specific Antigen หรือเรียกสั้นๆว่า PSA และการตรวจคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนักที่เรียกว่า DRE ถ้าการตรวจอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างผิดปกติ ก็ทำการตัดเนื้อพิสูจน์การรักษา
การรักษาทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะของโรค เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี การใช้ฮอร์โมน เคมีบำบัด เป็นต้น แม้การผ่าตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่การผ่าตัดแบบผ่าเปิดมักก่อให้เกิดอาการข้างเคียงของการผ่าตัด และมีความเสี่ยงที่จะเสียเลือดได้มากในปัจจุบัน มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (Robotic Radical Prostatectomy) ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ได้แก่
- ความแม่นยำในการผ่าตัดสูงเพราะศัลยแพทย์เห็นภาพ 3 มิติ
- ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย โดยผู้ป่วยจะมีเลือดซึมออกมาในปัสสาวะหลังจากการผ่าตัดแล้ว ประมาณ 2.5 วันโดยเฉลี่ย (เทียบกับ 5-7 วันเมื่อใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม)
- ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าและสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว โดยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียง 3.8 วัน เทียบกับ 7-10 วันเมื่อผ่าตัดด้วยวิธีเดิม
- ระยะเวลาการใส่สายสวนปัสสาวะลดลงเหลือประมาณ 8.6 วัน เทียบกับ 14-20 วันจากการผ่าตัดแบบเปิด
- สามารถเก็บรักษาเส้นประสาทได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ทำให้ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการเก็บเส้นประสาท มีความสัมพันธ์ทางเพศได้ตามปกติ
- สามารถเก็บรักษากล้ามเนื้อหูรูดของท่อปัสสาวะ ทำให้ลดความเสี่ยงต่ออาการปัสสาวะรั่ว
แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด
แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด

นอกจากความจริงที่ว่า คนไทยป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 23%
และโรคนี้ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของคนไทย
หนำซ้ำโรคมะเร็งต่อมลูกหมากยังไต่ลำดับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ของโรคมะเร็งที่
พบบ่อยที่สุดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขึ้นจากอันดับ 9 มาเป็นอันดับ 4
จากสถิติโรคมะเร็งของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2552
ทั้งหมดยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ
และแน่นอนว่าหนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุดของการรักษานั้นก็คือ การป้องกัน
ทำได้โดยการหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำเสียตั้งแต่เนิ่นๆทางเลือกของการรักษามะเร็งต่อมลูกหมากวันนี้
นอกจากความจริงที่ว่า คนไทยป่วยเป็นมะเร็งเพิ่มขึ้นถึง 23% และโรคนี้ยังเป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับแรกของคนไทย หนำซ้ำโรคมะเร็งต่อมลูกหมากยัง ไต่ลำดับเข้าใกล้ตำแหน่งแชมป์ของโรคมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดมากขึ้นเรื่อยๆ โดยขึ้นจากอันดับ 9 มาเป็นอันดับ 4 จากสถิติโรคมะเร็งของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2552 ทั้งหมดยิ่งสะท้อนให้เห็นว่า มีผู้ป่วยเป็นโรคนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ และแน่นอนว่าหนึ่งในแนวทางที่ดีที่สุดของการรักษานั้นก็คือ การป้องกัน ทำได้โดยการหมั่นไปตรวจสุขภาพเป็นประจำเสียตั้งแต่เนิ่นๆสอดคล้องกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะในปัจจุบันมีการตรวจพบโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นมากขึ้น จึงทำให้การรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมากในระยะเริ่มต้นมีความสำคัญมากตามไป ด้วย การผ่าตัดนำมะเร็งต่อมลูกหมากออกทั้งหมดหรือที่เรียกว่า radical prostatectomy เป็นวิธีการรักษาที่ได้ผลดีที่สุดวิธีหนึ่ง จากการศึกษาทั้งในประเทศและต่างประเทศพบว่า อัตราการมีชีวิตอยู่ของผู้ป่วยเมื่อเวลาผ่านไป 10 ปีมีมากกว่า 90% หากผลผ่าตัดออกมาว่าตัวเซลล์มะเร็งยังไม่กระจายออกนอกต่อมลูกหมาก
การผ่าตัดรักษามะเร็งต่อมลูกหมากแบบเจาะรู โดยแขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด (Robotic Assisted Laparoscopic Radical Prostatectomy)
ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี2542 มีผู้ป่วยมารับการผ่าตัดมากขึ้นเรื่อยๆ จนในปัจจุบันมีการผ่าตัด radical prostatectomy มากกว่า 2,000 รายแล้ว โดยเทคนิคการผ่าตัดมี 3 วิธี คือ1. Open radical prostatectomy ผู้ป่วยจะมีแผลผ่าตัดตั้งแต่สะดือลงมาถึงเหนือหัวเหน่า เป็นเทคนิคแรกที่ได้นำมาใช้ในโรงพยาบาลตั้งแต่ พ.ศ. 2542 จนถึงปัจจุบัน (ดังแสดงในรูปที่ 1 และรูปที่ 2)
รูปที่ 1 การทำผ่านตัด open radical prostatectomy
รูปที่ 2 ต่อมลูกหมากจากการทำ open radical prostatectomy
จากการศึกษาของผู้ป่วยที่ผ่าตัดในโรงพยาบาลศิริราช พบว่าได้ผลดีในเรื่องของการควบคุมมะเร็ง และบางรายมีโอกาสหายขาดได้ โดยอัตราการมีชีวิตอยู่เปรียบเทียบได้กับกรณีของต่างประเทศอย่างไรก็ตาม การผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมดนี้ จะมีโอกาสเกิดผลข้างเคียงได้ เช่น ผู้ป่วยบางรายจะเกิดภาวะองคชาตไม่แข็งตัว เนื่องจากเส้นประสาทที่มารวมกันอยู่ข้างหลังต่อมลูกหมากนั้นได้รับความกระทบ กระเทือนจากการผ่าตัด แม้ว่าโดยทั่วไปศัลยแพทย์จะพยายามเก็บเส้นประสาทนี้ไว้เพื่อให้การแข็งตัว ขององคชาตยังคงอยู่ แต่ในผู้ป่วยบางรายก็ไม่สามารถเก็บเส้นประสาทไว้ได้ เช่น ผู้ป่วยที่มีระดับของ PSA สูง หรือมีพังผืดมากๆ ผลข้างเคียงอีกประการหนึ่งคือ การกลั้นปัสสาวะ(continence) ภายหลังจากการผ่าตัดใหม่ๆ ผู้ป่วยส่วนหนึ่งจะมีปัญหาการกลั้นปัสสาวะไม่ค่อยอยู่ (incontinence) แต่ในระยะเวลาผ่านไปจะสามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีขึ้นตามลำดับ จากสถิติของผู้ป่วยในโรงพยาบาลศิริราชพบว่าผู้ป่วยมากกว่า 90% สามารถกลั้นปัสสาวะได้ดีภายในระยะเวลา 6 เดือน ผู้ป่วยบางรายสามารถกลั้นปัสสาวะได้เร็วกว่านั้น คือภายใน 2 สัปดาห์ หรือ 1 เดือน ก็สามารถกลั้นปัสสาวะได้ อย่างไรก็ตามจะมีผู้ป่วยประมาณ 2-3% ที่มีปัญหากลั้นปัสสาวะได้ไม่ดีแม้เวลาจะผ่านไป ถึง 2 ปีแล้วก็ตาม
2. Laparoscopic radical prostatectomy ในปัจจุบันการผ่า ตัดวิธีนี้นิยมทำกันมากขึ้น และถือเป็นการรักษาแบบมาตรฐานของโรงพยาบาลศิริราชจึงทำให้การผ่าตัดแบบเปิด หน้าท้องมีน้อยลง ข้อดีของการทำผ่าตัดแบบเจาะรู ใช้เครื่องมือผ่านทางกล้องนี้คือ ผู้ป่วยจะมีแผลผ่าตัดเล็กกว่า ดังรูปที่ 3
รูปที่ 3 diagram ของการผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy
รูปที่ 4 ภาพของการผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy
รูปที่ 5 แผลผ่าตัดในผู้ป่วยจริงหลังผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy
ผู้ป่วยจะฟื้นตัวหลังผ่าตัดได้เร็วกว่า เจ็บแผลน้อยกว่า สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่า ดังรูปที่ 5 นอกจากนั้น การผ่าตัดวิธีนี้ กล้องจะขยายภาพของอวัยวะและเนื้อเยื่อต่างๆ ใหญ่ขึ้น ทำให้ศัลยแพทย์เห็นโครงสร้างต่างๆ ชัดเจนและทำการตัดได้แม่นยำมากขึ้น ทำให้โอกาสในการเสียเลือดมีน้อยกว่า นอกจากนั้นยังสามารถทำให้ศัลยแพทย์เก็บเส้นประสาทที่ทำให้องคชาตแข็งตัวได้ ดีขึ้นในรายที่สามารถเก็บเส้นประสาทได้ส่วนการกลั้นปัสสาวะก็ได้ผลเช่นเดียว กับการผ่าตัดแบบเปิด จากข้อดีเหล่านี้ จึงทำให้การทำผ่าตัดวิธีนี้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย อย่างไรก็ตามจากการศึกษาพบว่าการผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy ใช้เวลาการผ่าตัดนานกว่า open radical prostatectomy
จากการศึกษาทั้งในและต่างประเทศพบว่า การควบคุมโรคมะเร็งก็ได้ผลดีเช่นเดียวกับการผ่าตัดแบบเปิด และผู้ป่วยบางรายมีโอกาสหายขาดได้เช่นเดียวกัน
3. Robotic assisted laparoscopic radical prostatectomy (RALRP) หรือที่เรียกว่าการผ่าตัดแบบใช้แขนกลหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัด การผ่าตัดวิธีนี้ใช้หลักการเดียวกันกับการผ่าตัดแบบเจาะรู มีการใช้เครื่องมือผ่าตัดผ่านทางกล้อง หลักการทำงานของแขนกลหุ่นยนต์นี้ จะทำงานตามการบังคับของศัลยแพทย์ไม่ใช่หุ่นยนต์เป็นผู้ผ่าตัด สามารถวางใจได้ว่า ผู้ผ่าตัดยังคงเป็นศัลยแพทย์ที่ทำการบังคับตัวแขนกล
หุ่นยนต์ที่นำมาใช้ในโรงพยาบาลศิริราชเป็นรุ่น da Vinci S โดยจะมีส่วนประกอบ 3 ส่วน คือ
1.) ส่วนตัวหุ่นยนต์ และตัวแขนกล ที่เรียกว่า surgical cart ที่เจาะรูผ่านผนังหน้าท้องของผู้ป่วย และใส่แขนกลเข้าไปผ่าตัดในร่างกายผู้ป่วย ดังแสดงในรูปที่ 6
รูปที่ 6 แสดงเครื่อง surgical cart และแขนกลหุ่นยนต์ขณะผ่าตัด Robotic assisted laparoscopic radical prostatectomy
2.) ส่วนตู้บังคับ หรือ console โดยศัลยแพทย์จะวางมือในตัวบังคับ สามารถหมุนมือได้อิสระรอบทิศทาง ทำให้สามารถตัดเย็บและผูกเนื้อเยื่อได้โดยง่าย ดังแสดงในรูปที่ 7 และรูปที่ 8 ซึ่งทำให้การผ่าตัดมีความแม่นยำ นอกจากนี้ยังสามารถปรับความละเอียดในการเคลื่อนไหวของแขนกลหุ่นยนต์ได้ 1 ต่อ 3 ทำให้สามารถผ่าตัดได้ละเอียดมากขึ้น จากรูปที่ 7 จะเห็นได้ว่าศัลยแพทย์ใช้ตาทั้ง 2 ข้างของภาพ ซึ่งตัวเลนส์จะเป็นแบบ binocular lens ทำให้ภาพที่เห็นเป็น 3 มิติ ที่ยายได้ 10-15 เท่าของของจริง ทำให้ศัลยแพทย์เป็น structure ต่างๆ ได้ชัดเจน
รูปที่ 7 ศัลยแพทย์ผู้ผ่าตัด กำลังผ่าตัดด้วยระบบ davinci system
รูปที่ 8 แสดงการทำงานของมือศัลยแพทย์ขณะบังคับแขนกลหุ่นยนต์
การควบคุมแขนกลหุ่นยนต์จะผ่านระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะทำให้ตัวแขนกลไม่มีการสั่นตามมือศัลยแพทย์ที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติของ มือในขณะผ่าตัด
3.) ส่วนประกอบ monitor อื่นๆ สำหรับทีมแพทย์ช่วยผ่าตัดและทีมพยาบาลในห้องผ่าตัด ดังแสดงในรูปที่ 9 และรูปที่ 10 เป็นส่วนของทีมพยาบาลและทีมแพทย์ผู้ช่วยผ่าตัด จะช่วยผ่าตัดและส่งเครื่องมือต่างๆ โดยดูการผ่าตัดผ่านทางภาพจอ monitor ภาพที่เห็นจะเป็นภาพเดียวกันกับภาพที่ศัลยแพทย์เห็นในตัว console
รูปที่ 9 ทีมพยาบาลกำลังเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ก่อนการผ่าตัด
รูปที่ 10 แพทย์ผู้ช่วยผ่าตัดยืนช่วยผ่าตัดข้างเตียงผู้ป่วยและดูภาพผ่าตัดผ่านจอ monitor
หลักการของหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะคล้ายกับการทำผ่าตัดแบบ laparoscopic radical prostatectomy ซึ่งใช้เครื่องมือสอดผ่านช่องที่ผนังหน้าท้อง แล้วศัลยแพทย์จับเครื่องมือโดยตรง แต่หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดจะเป็นแขนกลสอดผ่านทางรูเล็กทางผนังหน้าท้องแล้ว ศัลยแพทย์ควบคุมแขนกลนี้อีกครั้งหนึ่ง โดยจะเคลื่อนไหวตามมือของแพทย์ ข้อดีของวิธีนี้คือ มือกลสามารถหมุนได้รอบทิศทางโดยอิสระ และปรับความละเอียดในการขยับได้ 1 ต่อ 3 ส่วน ทำให้การผ่าตัดละเอียดขึ้น ภาพของการผ่าตัดที่เห็นใน console จะเป็นภาพ 3 มิติ ที่ขยายได้ 10-15 เท่าของภาพจริง จึงยิ่งผ่าตัดได้ละเอียดและแม่นยำขึ้น มือของหุ่นยนต์ยังควบคุมโดยระบบไฟฟ้าและคอมพิวเตอร์ จึงไม่สั่นสะเทือนเมื่อเปรียบเทียบกับการสั่นของมือศัลยแพทย์ที่เกิดขึ้นตาม ปกติระหว่างผ่าตัด
เทคนิคและขั้นตอนต่างๆ ในการผ่าตัด จะทำในลักษณะเช่นเดียวกับการผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy จากการศึกษาในต่างประเทศพบว่าการผ่าตัด robotic radical prostatectomy ใช้เวลาการผ่าตัด และการเสียเลือดน้อยกว่าการผ่าตัด laparoscopic radical prostatectomy ผู้ป่วยเจ็บแผลน้อยกว่า และฟื้นตัวได้เร็ว และสามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันได้เร็วกว่าการผ่าตัด radical prostatectomy ผลของการผ่าตัดในเรื่องของ cancer control พบว่าได้ผลดีเช่นเดียวกับการผ่าตัด open radical prostatectomy และ laparoscopic radical prostatectomy แต่ในเรื่องของการกลั้นปัสสาวะและการแข็งตัวขององคชาตพบว่า การผ่าตัด robotic radical prostatectomy ได้ผลดีกว่าวิธีอื่น จากประสบการณ์ของผู้เขียนก็ได้ผลเช่นเดียวกันกับที่มีรายงานในต่างประเทศ อย่างไรก็ตามผลระยะยาวในเรื่องของ cancer control ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป
ปัจจุบันวิธีนี้เป็นที่นิยมแพร่หลายในประเทศตะวันตก เช่น อเมริกา และ ยุโรป ในเอเชียก็มีการใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดมากขึ้น รวมทั้งในโรงพยาบาลศิริราชซึ่งมีการนำหุ่นยนต์มาใช้ในการนี้อย่างต่อเนื่อง ไปเป็นจำนวนมากกว่า 850 รายแล้วตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2550 เป็นต้นมา ซึ่งการผ่าตัดจะสำเร็จได้ดีเพียงใดนั้นขึ้นอยู่กับทีมงานทั้งหมด ตั้งแต่ศัลยแพทย์ วิสัญญีแพทย์ ทีมแพทย์ช่วยผ่าตัด และทีมงานพยาบาลในห้องผ่าตัด ซึ่งต้องทำงานเป็นทีมและประสานเข้ากับระบบหุ่นยนต์ได้ดีด้วยเช่นเดียวกัน
Reference
- Walsh PC. Anatomic radical prostatectomy: evolution of the surgical technique. J Urol. 1998; 160: 2418-24.
- Hull GW, Rabbani F, Abbas F, Wheeler TM, Kattan MW, Scardino PT. Cancer control with radical prostatectomy alone in 1,000 consecutive patients. J Urol. 2002;167: 528-34.
- Leewansangtong S, Soontrapa S, Nualyong C, Srinualnad S, Taweemonkongsap T, Amornvesukit T. Outcomes of radical prostatectomy in thai men with prostate cancer. Asian J Surg. 2005; 28(4): 286-90.
- Leewansangtong S, Taweemonkongsap T. Is laparoscopic radical prostatectomy after transurethral prostatectomy appropriated? J Med Assoc Thai. 2006; 89(8): 1146-9.
- Guillonneau B, Vallancien G. Laparoscopic radical prostatectomy: the Montsouris technique. J Urol. 2000; 163(6): 1643-9.
- Rassweiler J, Seemann O, Schulze M, Teber D, Hatzinger M, Frede T. Laparoscopic versus open radical prostatectomy: a comparative study at a single institution. J Urol. 2003; 169(5): 1689-93.
- Stolzenburg JU, Truss MC, Do M, Rabenalt R, Pfeiffer H, Dunzinger M, et al. Evolution of endoscopic extraperitoneal radical prostatectomy (EERPE)--technical improvements and development of a nerve-sparing, potency-preserving approach. World J Urol. 2003; 21(3): 147-52.
- Menon M, Shrivastava A, Tewari A, Sarle R, Hemal A, Peabody JO, et al. Laparoscopic and robot assisted radical prostatectomy: establishment of a structured program and preliminary analysis of outcomes. J Urol. 2002; 168(3): 945-9.
- Ahlering TE, Skarecky D, Lee D, Clayman RV. Successful transfer of open surgical skills to a laparoscopic environment using a robotic interface: initial experience with laparoscopic radical prostatectomy. J Urol. 2003; 170(5): 1738-41.
- Tewari A, Srivasatava A, Menon M; Members of the VIP Team. A prospective comparison of radical retropubic and robot-assisted prostatectomy: experience in one institution. BJU Int. 2003; 92(3): 205-10.
Subscribe to:
Comments (Atom)