Sunday, June 23, 2013

รู้จักมะเร็งต่อมลูกหมาก

สถานการณ์โรคมะเร็งต่อมลูกหมากในประเทศไทย

จากสถิติโรคมะเร็งของกระทรวงสาธารณสุขเมื่อปี 2552 พบว่า คนไทยป่วยเป็นโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น 23% และมะเร็งเป็นสาเหตุการตายอันดับ 1 ของประชากรไทย  สำหรับในเพศชาย มะเร็งต่อมลูกหมากได้เลื่อนขึ้นจากอันดับ 9 มาเป็นอันดับ 4 ของมะเร็งที่พบบ่อยที่สุด สะท้อนให้เห็นว่าอุบัติการณ์ของโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นใน เกณฑ์ที่น่าตกใจมาก

(ภาพประกอบทางอินเทอร์เน็ต)

ต่อมลูกหมากคืออะไร

ต่อมลูกหมาก เป็นอวัยวะหนึ่งของระบบสืบพันธุ์ของผู้ชาย อยู่บริเวณคอของกระเพาะปัสสาวะต่อกับท่อปัสสาวะ หากมองด้านข้างจะเห็นกระเพาะปัสสาวะอยู่เหนือต่อมลูกหมาก และจะเห็นต่อมลูกหมากห่อหุ้มรอบท่อทางเดินปัสสาวะส่วนต้น โดยท่อปัสสาวะเป็นทางเดินร่วมของทั้งน้ำปัสสาวะและน้ำอสุจิในเพศชาย  ต่อมลูกหมากจึงเกี่ยวข้องกับทั้งระบบทางเดินปัสสาวะและระบบสืบพันธุ์ ส่วนทางด้านหลังของต่อมลูกหมากเป็นลำไส้ตรงซึ่งเป็นลำไส้ใหญ่ส่วนสุดท้าย ก่อนถึงทวารหนัก
เนื่องจากต่อมลูกหมากอยู่ใกล้ชิดกับอวัยวะของระบบต่างๆ หลายระบบ โรคของต่อมลูกหมากจึงอาจก่อให้เกิดอาการหรือความผิดปกติของอวัยวะที่อยู่ ใกล้เคียงได้

หน้าที่ของต่อมลูกหมาก

ต่อมลูกหมาก เปรียบเสมือนโรงงานผลิตน้ำอสุจิ มีหน้าที่สร้างน้ำเมือกหล่อเลี้ยงเชื้ออสุจิที่เรียกว่า semen

อาการมะเร็งต่อมลูกหมาก

  • ในระยะแรกมะเร็งต่อมลูกหมากจะไม่มีอาการใดๆ บางครั้งพบว่ามีอาการซ้ำซ้อนกับโรคต่อมลูกหมากโต
  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะเวลากลางคืน
  • ปัสสาวะลำบากในตอนเริ่ม
  • ปัสสาวะไม่พุ่ง
  • เวลาปัสสาวะจะปวด
  • ในกรณีที่มะเร็งต่อมลูกหมากลุกลามไปกระดูก ผู้ป่วยจะมีอาการปวดหลัง ปวดตามข้อ

สาเหตุและปัจจัยเสี่ยง

แม้จะยังไม่ทราบแน่นอนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร แต่การวิจัยพบว่าปัจจัยเสี่ยงมาจาก
  • อายุ โดยมักพบในผู้ป่วยอายุ 50 ปีขึ้นไป โดยเฉลี่ยมักพบในผู้ป่วยอายุ 70 ปี
  • ประวัติครอบครัว  ผู้ที่มีพ่อหรือพี่น้องเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะมีโอกาสเสี่ยงสูงกว่าคนทั่วไป
  • เชื้อชาติ  มักพบในประเทศทางตะวันตกมากกว่าเอเชีย
  • อาหาร  มักพบว่าผู้ที่บริโภคมันจากสัตว์มากมีโอกาสเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากมากกว่าผู้ที่นิยมบริโภคผักและผลไม้

การวินิจฉัยโรค

เนื่องจากมะเร็งต่อมลูกหมากระยะแรกไม่มีอาการ ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไปควรไปพบแพทย์เพื่อเจาะเลือดหาค่าสารบ่งชี้มะเร็งต่อมลูกหมากที่ เรียกว่า Prostate Specific Antigen หรือเรียกสั้นๆว่า PSA และการตรวจคลำต่อมลูกหมากทางทวารหนักที่เรียกว่า DRE ถ้าการตรวจอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างผิดปกติ ก็ทำการตัดเนื้อพิสูจน์

การรักษา

การรักษาทำได้หลายวิธี ขึ้นอยู่กับระยะของโรค เช่น การผ่าตัด การฉายรังสี การใช้ฮอร์โมน เคมีบำบัด  เป็นต้น แม้การผ่าตัดเป็นวิธีที่ดีที่สุด แต่การผ่าตัดแบบผ่าเปิดมักก่อให้เกิดอาการข้างเคียงของการผ่าตัด  และมีความเสี่ยงที่จะเสียเลือดได้มาก
ในปัจจุบัน มีการผ่าตัดโดยใช้หุ่นยนต์ (Robotic Radical Prostatectomy) ซึ่งมีข้อดีหลายประการ ได้แก่
  • ความแม่นยำในการผ่าตัดสูงเพราะศัลยแพทย์เห็นภาพ 3 มิติ
  • ผู้ป่วยเสียเลือดน้อย โดยผู้ป่วยจะมีเลือดซึมออกมาในปัสสาวะหลังจากการผ่าตัดแล้ว ประมาณ 2.5 วันโดยเฉลี่ย (เทียบกับ 5-7 วันเมื่อใช้วิธีผ่าตัดเปิดหน้าท้องแบบเดิม)
  • ผู้ป่วยฟื้นตัวได้เร็วกว่าและสามารถกลับไปใช้ชีวิตตามปกติได้เร็ว  โดยพักรักษาตัวในโรงพยาบาลเฉลี่ยเพียง 3.8 วัน เทียบกับ 7-10 วันเมื่อผ่าตัดด้วยวิธีเดิม
  • ระยะเวลาการใส่สายสวนปัสสาวะลดลงเหลือประมาณ 8.6 วัน เทียบกับ 14-20 วันจากการผ่าตัดแบบเปิด
  • สามารถเก็บรักษาเส้นประสาทได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบเปิด ทำให้ผู้ป่วยที่มีข้อบ่งชี้ในการเก็บเส้นประสาท มีความสัมพันธ์ทางเพศได้ตามปกติ 
  • สามารถเก็บรักษากล้ามเนื้อหูรูดของท่อปัสสาวะ ทำให้ลดความเสี่ยงต่ออาการปัสสาวะรั่ว



Subscribe to Our Blog Updates!




Share this article!

No comments:

Post a Comment

Return to top of page
Powered By Blogger | Design by Guru